<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น  ปลดล็อกพรรคลุยหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;พ.ศ.2562 อย่างน้อยได้ใช้กับการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเกิดอุปสรรคปัญหาในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะพรรคการเมืองลงไปช่วยผู้สมัครหาเสียงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สภานิติบัญญัติ (สนช.) ได้มีการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว เมื่อปี 2562 หนึ่งในมาตราสำคัญที่ได้แก้ไข คือ มาตรา 34&amp;nbsp;บัญญัติว่า &amp;ldquo;ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐกระทำการใดๆ โดยมิชอบ ด้วยหน้าที่และอำนาจอันเป็นการกลั่นแกล้งผู้สมัครใด หรือดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ยุติหรือระงับการกระทำนั้นได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ให้กรรมการการเลือกตั้งที่พบเห็นการกระทำตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำนั้นได้ แล้วรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีพรรคการเมืองใดกล้าออกหน้าช่วยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ที่เป็น ส.ส. เพราะมาตรา 34 ห้ามไว้ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ห้ามดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นปี 62 มาตรา 69 ยังห้ามไม่ให้ &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;rdquo; ใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร เว้นแต่เป็นการกระทำตามหน้าที่และอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีการกำหนดโทษไว้ในมาตรา 126 วรรคสอง ว่า หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
โดยคำว่า &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;rdquo; มีความหมายรวมถึง ส.ส.และรัฐมนตรี ประกอบด้วยบทลงโทษสุดโหด ทำให้&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งท้องถิ่นไร้เงาพรรคการเมืองช่วยคนของตัวเองหาเสียง&amp;rdquo; เกิดคำถามตามมาว่า บทบัญญัติมาตรา 34 ย้อนแย้งในตัวเองหรือไม่ ให้พรรคการเมืองส่งตัวแทนลงสมัคร แต่ห้ามช่วยหาเสียงให้ตัวแทนพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทน ส.ส.มายื่นหนังสือถึง &amp;ldquo;ชวน หลีกภัย&amp;rdquo; ประธานสภาฯ ขอแก้ไข พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น มาตรา 34 โดยให้บัญญัติใหม่ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้าราชการการเมือง ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น กระทำการใดๆ โดยมิชอบด้วยหน้าที่และอำนาจ อันเป็นการกลั่นแกล้งผู้สมัครใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกรรมการเลือกตั้ง หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คณะกรรมการเลือกตั้งมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ยุติหรือระงับการกระทำนั้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐกระทำการใดๆ โดยมิชอบด้วยหน้าที่และอำนาจอันเป็นการกลั่นแกล้งผู้สมัครใด หรือดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้กรรมการการเลือกตั้งที่พบเห็นการกระทำตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำนั้นได้ แล้วรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักๆ คือตัดคำว่า &amp;ldquo;หรือห้ามดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้ว่า ด้วยการกำหนดไว้เช่นนี้ อาจนำไปสู่การตีความได้ว่า&amp;nbsp;ถ้าไปช่วยหาเสียงเท่ากับเป็นคุณแก่ผู้สมัคร ขณะเดียวกันหากไปขึ้นเวทีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามถือเป็นการให้โทษได้ ซึ่งคู่แข่งก็จะหยิบไปร้องต่อ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเห็นว่า มาตรา 34 เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อพรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครในนามพรรคได้ ก็ย่อมสามารถที่จะช่วยรณรงค์ในการหาเสียงเลือกตั้งได้เช่นกัน บทบัญญัติดังกล่าวจึงไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสภาพความเป็นจริงที่ส่งเสริมให้ประชาชนและพรรคการเมืองมีส่วนร่วมกับการปกครองส่วนท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องแก้ไขให้ข้าราชการการเมือง ส.ส. ส.ว. ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นสามารถดำเนินการใดๆ ที่มีผลต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ เมื่อผ่านกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ส่วนใหญ่ก็มาจาก สนช.ที่เคยแก้ไขกฎหมายนี้ห้ามไม่ให้ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง ช่วยรณรงค์หาเสียงมาแล้ว หลายฝ่ายจึงอาจกังวลว่าจะเกิดการสะดุดได้ แต่แว่วว่าผู้ใหญ่ฝ่ายบริหารคุยกันเรียบร้อยแล้ว เส้นทางน่าจะสดใส ไร้รอยต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120137</URL_LINK>
                <HASHTAG>แก้พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น  ปลดล็อกพรรคลุยหาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d8399d0ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
